ก่อนช๊อปทุกครั้ง อย่าลืมกดรับคูปองก่อน

ขอขอบคุณคะ
a2x.com

Close

One Belt One Road (OBOR) ภาษาไทยเรียกว่า ยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง

https://www.facebook.com/armtung/posts/10155713727360025

ก่อนหน้านี้ เรารู้จักชื่อยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมใหม่ในศตวรรษที่ 21 ของจีน ในชื่อ One Belt One Road (OBOR) ภาษาไทยเรียกว่า ยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางยุทธศาสตร์นี้เป็นการคิดการใหญ่ของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนในด้านการต่างประเทศ วันนี้จีนเริ่มสวมบทบาทนำในเวทีโลก ผ่านการเข้ามาลงทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างความเชื่อมโยงในประเทศต่างๆ ตามแนวเส้นทางสายไหมในอดีตแต่ทราบไหมครับว่า ปัจจุบันนี้ ทางการจีนเปลี่ยนชื่อยุทธศาสตร์นี้มาใช้ชื่อทางการใหม่ว่า Belt and Road Initiative (BRI) แทนชื่อเดิม One Belt One Road (OBOR)ผมสงสัยมาสักพักแล้วว่า ทำไมต้องเปลี่ยนชื่อด้วย?เมื่อสัปดาห์ก่อน มีนักวิชาการชั้นนำของจีนด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาเยือนไทย ผมเลยแอบถามท่านในช่วงสนทนานอกรอบว่า ชื่อที่เปลี่ยนไปมีนัยสำคัญอะไรไหมท่านตอบได้อย่างน่าสนใจมากครับว่า ทางการจีนใช้ชื่อใหม่ เพื่อแก้ความเข้าใจผิดที่คนต่างชาติชอบมีเกี่ยวกับยุทธศาสตร์นี้ของจีนท่านถามผมว่า เวลาได้ยินชื่อเดิม “One Belt One Road” ผมคิดถึงอะไร?คนต่างชาติส่วนใหญ่จะนึกในหัวทันทีภาพเส้นสองเส้น เส้นหนึ่งเป็นเส้นลากทางบกจากจีนไปเอเชียกลาง (เส้นทางสายไหมทางบก) อีกเส้นเป็นเส้นลากทางทะเลจากจีนมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เส้นทางสายไหมทางทะเล)ชื่อเดิม จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิด 3 ข้อ ด้วยกันความเข้าใจผิดข้อแรก คือมองว่า ยุทธศาสตร์นี้ของจีน เป็นเส้นที่ตายตัว ดังที่เราจะเคยได้ยินคนบอกว่า ถ้าดูจากแผนที่ (ซึ่งลากเส้น 2 เส้น) ประเทศไทยจะไม่อยู่ในเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน เพราะเส้นในแผนที่ไม่ได้ลากผ่านไทยอันนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะไทยก็อยู่ในเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน โดยไทยอยู่ในระเบียงเศรษฐกิจจีน-คาบสมุทรอินโดจีน (China-Indochina Peninsula Economic Corridor (CICPEC)) ซึ่งรวมลาว เวียดนาม กัมพูชา และเป็น 1 ใน 6 ระเบียงเศรษฐกิจย่อย ภายใต้ยุทธศาสตร์สายไหมใหม่ของจีนยุทธศาสตร์ฉบับทางการของจีนนั้น คลอบคลุมประเทศใกล้เคียงตามแนวเส้นทางในภูมิภาคเอเชียกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ทะลุไปจนถึงยุโรปและแอฟริกา) รวมมากกว่า 68 ประเทศ คิดเป็น 65% ของประชากรโลก นั่นคือแท้จริงแล้ว ยุทธศาสตร์นี้ของจีนเป็นยุทธศาสตร์เปิดกว้างกับประเทศกำลังพัฒนาตามแนวเส้นทางทั้งหมดที่ยินดีร่วมมือกับจีนความเข้าใจผิดข้อที่สอง ก็คือ ชื่อเดิม One Belt One Road มักทำให้คนต่างชาติชอบนึกถึงภาพการสร้างถนน สะพาน หรือเส้นทางคมนาคม แต่จริงๆ แล้ว จุดเน้นของยุทธศาสตร์นี้ของจีนคือ การสร้างความเชื่อมโยง ซึ่งมีความหมายและมิติที่กว้างขวางมากกว่าการสร้างความเชื่อมโยงตามเส้นทางคมนาคม นั่นคือ รวมถึงการสร้างความเชื่อมโยงในทุกด้าน ทั้งด้านวัฒนธรรม ด้านการเงิน ตลอดจนถึงด้านดิจิทัลที่เรียกว่า Digital Silk Roadความเข้าใจผิดข้อที่สาม คือ ชื่อเดิม One Belt One Road นั้น คำว่า “One” มักทำให้คนต่างชาติเข้าใจผิดว่านี่เป็นยุทธศาสตร์ที่มีเนื้อหาตายตัวและชัดเจนของรัฐบาลจีน มีเนื้อหาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดเป็นความเข้าใจผิดยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมใหม่ของจีน เป็นเพียงกรอบกว้างๆ แต่เนื้อหาความร่วมมืออยู่ที่การเจรจาและการตกลงกันระหว่างประเทศต่างๆ กับจีน ชื่อใหม่จึงใช้คำว่า “Initiative” คือจีนเป็นคนริเริ่ม แต่จะตกลงกันหรือไม่อย่างไรอยู่ที่ทั้งสองฝ่าย ยุทธศาสตร์นี้ของจีนจึงต่างจาก Marshall Plan ของสหรัฐฯ ในช่วงภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นโครงการที่มีเนื้อหาชัดเจนมากกว่า (เช่น ใช้เงินเท่าไร สร้างอะไรบ้าง)อาจารย์ชาวจีนท่านนี้บอกกับผมว่า เวลาคนจีนฟังชื่อเส้นทางสายไหมใหม่หรือฟังชื่อ “อีไต้อีลู่” (One Belt One Road ในภาษาจีน) คนจีนจะเข้าใจดีว่านี่เป็นอุปมาโวหาร คือเป็นภาพสัญลักษณ์ แต่คนจีนไม่ได้แปลตรงตัวอักษรว่า มีแค่ 2 เส้น และตายตัว ดังที่คนต่างชาติบางคนเข้าใจคนจีนฟังชื่อ “เส้นทางสายไหมใหม่” แล้ว จะนึกถึงภาพความยิ่งใหญ่ของช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์จีนที่มีจีนเป็นศูนย์กลางและเส้นทางการค้าโลกเชื่อมโยงเข้าสู่จีน สำหรับคนจีน เส้นทางสายไหมใหม่จึงให้ความรู้สึกถึงการรื้อฟื้นความยิ่งใหญ่ของประเทศจีน และการก้าวออกไปเล่นบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในโลกภายนอกของจีน ตอบกระแสชาตินิยมของคนจีนยุคใหม่ได้เต็มที่อาจารย์ชาวจีนท่านนี้ยังบอกผมว่า หัวใจของความคิดเรื่องเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน เป็นเรื่องของการเปลี่ยนโมเดลความคิดในการพัฒนา โดยเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเป็นตัวนำการพัฒนา พูดอีกอย่างก็คือเป็นการส่งออกแนวความคิดในการพัฒนาของประเทศจีนที่ผ่านมาให้กับประเทศอื่นๆแต่จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใด คุ้มค่ามากน้อยเพียงใด อยู่ที่การเจรจาและความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย จีนไม่มีแผนตายตัวหรือไม่มีข้อเสนอที่ชัดเจน นอกจากนั้น ยังจะเน้นการสร้างความเชื่อมโยงหลายมิติและทุกด้าน ไม่เฉพาะเรื่องโครงสร้างทางคมนาคมเท่านั้นยุทธศาสตร์เรื่องนี้ของจีนก็เหมือนวัฒนธรรมความคิดของจีนเรื่องอื่นๆ ซึ่งเน้น การคิดเชิงสัญลักษณ์ ความยืดหยุ่น และพร้อมปรับเปลี่ยนรายละเอียดเสมอแม้ว่าจีนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Belt and Road Initiative เพื่อลดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับแนวคิดของความร่วมมือนี้ แต่ปัจจุบันก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับ BRI อีกหลายเรื่อง เช่น ประเทศหลายประเทศสุดท้ายจะติดกับดักหนี้และเป็นเหยื่อจีนหรือไม่ เพราะกู้จีนมาลงทุนแต่ไม่มีเงินใช้ หรือสุดท้ายคนได้ประโยชน์ที่สุดคือ จีนที่เป็นคนขายเทคโนโลยีและรับก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเหล่านี้แต่อย่างที่บอกครับว่า BRI เป็นเพียงกรอบกว้างๆ โดยตัวมันเองคงไม่ใช่ดีหรือไม่ดี อยู่ที่แต่ละประเทศจะเจรจาและแสวงความร่วมมือแบบ Win-Win และเท่าทันจีนได้เพียงใด

Advertisement
ปลูกผักแล้วได้เงิน เตรียมตัวให้พร้อม เล่นเกมส์แล้วได้เงิน มาแรงที่สุด นาทีนี้

สร้างรายได้ ด้วยการเล่นเกมส์ Morning Moon Village

เตรียมตัวให้พร้อม สร้างฟาร์มของคุณ ขายพืชผลของคุณ สำรวจและรวบรวมทรัพยากร สร้างอุปกรณ์ สนุกกับสัตว์เลี้ยงของคุณ Morning Moon Village เป็นเกมทำฟาร์มสำรวจที่ปฏิวัติโครงการทำฟาร์มแบบ defi
 

สมัคร bitkub เตรียมตัวเล่น Morning Moon Village

สนุกและมีรายได้ เกมส์ อนาคตใหม่ กราฟิก 3 มิติสวยงามสมจริง เกมดังกล่าวมีรางวัล NFT มากมายซึ่งผู้เล่นสามารถใช้ประโยชน์ได้ในกระบวนการทำฟาร์ม สนุก สมจริง

Leave a Comment